การแบ่งประเภทหน้าต่างและการใช้งาน

1. หน้าต่างบานเปิด จะเป็นลักษณะบานเปิดออก เมื่อเปิดแล้วจะสามารถใช้สอยรับแสงรับลมได้เต็มที่ทุกบาน ขณะเปิดจะกินพื้นที่บริเวณด้านนอกบ้าน (บริเวณที่บานหน้าต่างเปิดออกไป) ดังนั้นจุดติดตั้งจึงไม่ควรอยู่ในบริเวณที่ผู้คนเดินผ่านไปมาเนื่องจากอาจเป็นสิ่งกีดขวางทางเดินได้ (อาจเลือกใช้หน้าต่างประเภทนี้ไว้ที่ชั้น 2 ของบ้าน) ประตูบานเปิดสามารถแบ่งได้ 2 รูปแบบ คือ บานเปิดที่ใช้บานพับธรรมดา และบานเปิดแบบค้างโดยไม่ต้องใช้ตัวล็อค

1.1 หน้าต่างที่ใช้บานพับแบบธรรมดา สามารถเปิดออกได้กว้างถึง 180 องศา แต่เวลาเปิดแล้วจะต้องมีขอยึดไว้ เพื่อกันลมตี โดยสามารถทำได้ทั้งบานเดี่ยวและบานคู่
1.2 หน้าต่างบานเปิดแบบค้างโดยไม่ต้องใช้ตัวล็อค(นิยมเรียกกันว่า บานพับแบบวิทโก้) เป็นหน้าต่างที่เปิด-ปิดไปในทางเดียวกัน แต่ละบานจะมีตัวยึดอยู่ด้านบนและด้านล่าง มีความฝืดในตัวจึงไม่ต้องใช้ขอสับ แต่การรับลมจะไม่ได้มากเท่ากับหน้าต่างที่ใช้บานพับแบบธรรมดา

2. หน้าต่างบานเลื่อน จะคล้ายกับประตูบานเลื่อนที่ขณะเลื่อนเปิดหากันจะได้ช่องลมลดลงเหลือครึ่งนึง (เพราะต้องมีพื้นที่สำหรับบานที่เลื่อนไปด้วย) มีข้อดีคือไม่กินพื้นที่ สามารถใช้ในบริเวณที่มีคนเดินผ่านไปมาได้ จึงสามารถใช้งานได้แทบทุกส่วน ทั้งหน้าต่างที่เปิดรับบรรยากาศนอกบ้าน หรือใช้เป็นช่องส่งอาหารจากครัวมายังส่วนรับประทานอาหารได้ ข้อควรระวังคือเรื่องความปลอดภัย หากใช้เป็นหน้าต่างที่ติดกับภายนอกบ้านควรเลือกหน้าต่างที่มีตัวล็อค หรือระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนาด้วย

3. หน้าต่างบานยก (Slide-hung) สามารถเปิดรับบรรยากาศภายนอกได้โดยไม่กินพื้นที่บริเวณนอกบ้านหรือในบ้าน คล้ายหน้าต่างบานเลื่อนเพียงแต่ยกบานขึ้นบิดอุปกรณ์ล็อคเพื่อเปิดค้างไว้และยกบานลงเพื่อปิด (คล้ายรถโดยสารประจำทางแบบไม่ปรับอากาศ) โดยสามารถเปิดรับอากาศภายนอกได้ครึ่งหนึ่งของพื้นที่เต็ม แต่สามารถรับแสงและชมวิวได้อย่างเต็มที่ เหมาะกับการใช้งานทั้งบ้านพักอาศัยและอาคารสูงที่สามารถคงความสวยงามได้อีกด้วย

4. หน้าต่างบานกระทุ้ง เป็นหน้าต่างที่มีบานพับอยู่ด้านบนของบาน วิธีเปิด คือ ดันจากด้านล่างของบานออกไป ขณะที่เปิด ซึ่งควรเลือกใช้ในบริเวณที่ห่างจากทางสัญจรของคนทั่วไป หรือใช้ในระดับเหนือศีรษะ ตัวบานมีทั้งลูกฟักที่เป็นกระจกหรือบานทึบ โดยควรเลือกวงกบที่มีความแข็งแรงมากๆ เพื่อให้สามารถรับน้ำหนักของบานหน้าต่างได้

ถึงแม้ลักษณะการเปิดอาจจะรับลมได้ไม่เต็มที่ แต่ขณะเปิดตัวบานจะทำหน้าที่เป็นกันสาดในตัว และหากเป็นบานทึบช่วยกันแสงแดดจากด้านบนอีกด้วย ทั้งนี้ หน้าต่างบานกระทุ้งนอกจากจะนิยมติดตั้งต่อเนื่องกันเป็นจังหวะที่สวยงามแล้ว ยังนิยมติดตั้งบานเล็กๆ เป็นหน้าต่างในห้องน้ำเพื่อการระบายอากาศที่ดีอีกด้วย

5. หน้าต่างบานพลิก คือหน้าต่างที่มีจุดศูนย์กลางของการหมุนอยู่บริเวณกลางบานหรือกลางวงกบ สามารถเปิดได้โดยการผลักให้บานพลิกไปมา มีทั้งแบบแนวตั้งและแนวนอน เมื่อเปิดแล้วจะได้ช่องเปิดเต็มที่ ได้ลมดี สามารถทำความสะอาดได้ แต่ขณะเปิดจะกินพื้นที่ทั้งภายในและภายนอกอย่างละครึ่งบาน ข้อดีของบานพลิกแบบพลิกขึ้นในแนวนอนคือทำหน้าที่เป็นเหมือนกันสาดที่กันได้ทั้งแดดและฝน  ข้อเสียคือไม่สามารถติดมุ้งลวดเพื่อกันยุงหรือแมลงได้ จึงเหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศภายนอกอย่างเต็มที่ แต่จะไม่เหมาะสำหรับห้องส่วนตัวหรือห้องนอนเท่าไรนัก

6. หน้าต่างบานเกล็ด หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่าหน้าต่างแบบเกล็ดหมุน จะไม่มีบานปิดเปิดสู่ภายในหรือภายนอก ไม่กินพื้นที่ขณะเปิด ใช้สำหรับการระบายอากาศ สามารถรับลม และแสงสว่างจากภายนอกเพียงแค่หมุนบานเกล็ดเท่านั้น สามารถใช้ได้กับผนังที่ติดกับภายนอกอาคารหรือผนังกันพื้นที่แต่ละส่วนภายในอาคารเพื่อการหมุนเวียนอากาศภายในที่ดี